ผลิต-จำหน่าย ฮีตเตอร์ เทอร์โมคัปเปิ้ล RTD (Pt100) สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
รับสั่งทำ ฮีตเตอร์ อุปกรณ์ทำความร้อน (Heater) ทุกชนิด สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม ผลิตตามรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ
บริการออกแบบและควบคุมการผลิต โดยทีมงานวิศวกร ออกแบบฮีตเตอร์ตามวัตถุประสงค์และประหยัดงบประมาณ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการใช้ฮีตเตอร์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อยืดอายุการใช้งานของฮีตเตอร์
รับสั่งทำ เทอร์โมคัปเปิ้ล (Thermocouple) RTD (Pt100) หัววัดอุณหภูมิ ตามย่านอุณหภูมิและค่าอุณหภูมิสูงสุดที่ใช้งาน และตามงบประมาณที่ลูกค้าต้องการ
จำหน่ายสินค้าในราคาผู้ผลิตจากโรงงาน รับประกันสินค้าเป็นเวลา 3 เดือน (ให้เครดิตลูกค้าประมาณ 30 วัน พิจารณาตามความเหมาะสมหรือข้อตกลง)
หากท่านสนใจสั่งซื้อสินค้า กรุณาแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ (เพื่อให้ทีมงานวิศวกรติดต่อกลับ)
- บริษัท/ห้างหุ้นส่วน, ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, รายละเอียดประเภทเครื่องจักร รูปแบบที่ต้องการ อุณหภูมิ ขนาด จำนวน และส่ง e-mail ติดต่อมาที่ info@hi-den.com
หจก. ไฮเด็น-ฮีตเทค
ติดต่อ คุณนิรันดร์ โทร. 08-1398-9712, 0-2803-6188, FAX 0-2803-6189
Heater
ฮีทเตอร์ (Heater) เป็นอุปกรณ์ทำความร้อนในอุตสาหกรรม ที่มีหลักการพื้นฐานคือ เมื่อมีกระแสไหลผ่านลวดตัวนำที่มีค่าความต้านทานสูง ลวดตัวนำจะร้อน ดังนั้น ลวดที่ใช้ผลิตฮีทเตอร์จะต้องมีคุณสมบัติเหนียวและทนอุณหภูมิได้สูง สำหรับลวดฮีทเตอร์ของเราเป็นลวด Khantal (นิกเกิ้ล : โครเมียม / 80 : 20) จากประเทศสวีเดน ทนอุณหภูมิได้ถึง 1250 °C เป็นลวดผลิตฮีทเตอร์ที่ดีที่สุดในโลก ส่วนประกอบอื่น ๆ ในการผลิตฮีทเตอร์มีดังนี้
ฮีทเตอร์ถูกแบ่งออกเป็นชนิดต่าง ๆ ตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน
| ฮีทเตอร์แท่ง |
Cartridge Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับวัสดุที่เป็นของแข็ง เช่น เหล็ก และโลหะต่าง ๆ ตัวอย่างการใช้งาน เช่น งานบรรจุหีบห่อ งานขึ้นรูปพลาสติก
|
| ฮีทเตอร์ครีบ |
Finned Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับอากาศ เช่น ใช้ในห้องอบแห้งในเตาอบ
|
| ฮีทเตอร์ท่อกลม |
Tubular Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับอากาศ ในลักษณะเดียวกันกับฮีทเตอร์ครีบ
|
| ฮีทเตอร์จุ่ม |
Immersion Heater |
ฮีทเตอร์จุ่มบางทีเรียกว่า ฮีทเตอร์ต้มน้ำ ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวทุกชนิด ตัวอย่างการใช้งาน เช่น งานต้มน้ำ ต้มน้ำมัน งานผสมสาร
|
| บอบบิ้นฮีทเตอร์ |
Bobbin Heater |
ใช้ให้ความร้อนของเหลวเหมือน ฮีทเตอร์จุ่ม
|
| ฮีทเตอร์อินฟราเรด |
Infrared Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับวัตถุโดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรง ไม่เหมาะกับวัตถุที่มีลักษณะมันวาว เนื่องจากวัตถุมันวาวจะมีคุณสมบัติสะท้อนแสง ทำให้ไม่สามารถดูดซับรังสีอินฟราเรดได้อย่างเต็มที่ที่ติดตั้งในเตาอบ หรือเหนือคอนเวย์เยอร์ได้
|
| ฮีทเตอร์รัดท่อ |
Band Heater |
ใช้ให้ความร้อนกับของเหลวที่อยู่ในท่อ
|
| ฮีทเตอร์แผ่น |
Strip Heater |
ใช้ให้ความร้อนโดยแนบกับวัตถุโดยตรง
|
Thermocouple
เทอร์โมคัปเปิ้ล (Thermocouple) มีหลาย Type ให้เลือก แล้วแต่ย่านอุณหภูมิและลักษณะการใช้งาน โดยความแตกต่างของแต่ละ Type นี้เกิดจากการเลือกใช้คู่ของวัสดุ (Element) ของโลหะ ที่จะนำมาเชื่อมเข้าด้วยกันให้แตกต่างกัน เพราะโลหะแต่ละชนิดย่อมมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของมันอยู่แล้ว เมื่อนำโลหะต่างชนิดกันมาจับคู่เชื่อมเข้าด้วยกัน จะทำให้คุณสมบัติของเทอร์โมคัปเปิ้ลที่แตกต่างกันไป
หลักการของเทอร์โมคัปเปิ้ล (Thermocouple)
ในปี ค.ศ.1821 โธมัส ซีเบ็ค (Thomas Seebeck) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้ทำการทดลองและค้นพบว่าเมื่อทำการเชื่อมปลายโลหะ 2 เส้นที่เป็นโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน ถ้าอุณหภูมิที่ปลายทั้ง 2 ด้านไม่เท่ากันจะเกิดกระแสไหลในโลหะทั้ง 2 เส้น นั่นแสดงว่า ถ้าเปิดปลายจุดต่อด้านหนึ่งออกแล้วนำ Voltmeter ไปวัด จะได้แรงเคลื่อนไฟฟ้าระหว่างโลหะ 2 เส้นค่าหนึ่ง (ค่านี้มีปริมาณน้อย หน่วยเป็น mV) เรียกแรงเคลื่อนไฟฟ้านี้ว่า Seebeck Voltage
 
ปริมาณของแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะแปรผันโดยตรงกับผลต่างอุณหภูมิของปลายจุดต่อทั้งสองโดยมีความสัมพันธ์ดังนี้
eAB = aDT
eAB : Seebeck Voltage
a : ค่าสัมประสิทธิ์ของ Seebeck มีหน่วยเป็น Volt/K
DT : ผลต่างอุณหภูมิของปลายจุดต่อทั้งสอง
RTD (Resistance Temperature Detectors)
หลักการของ RTD
จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์พบว่าค่าความต้านทานของลวดโลหะจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิดังสมการ
dRt / dT = a Ro
Rt = Ro (1 + aT)
หรือ
Rt = ค่าความต้านทานของลวดโลหะที่อุณหภูมิ t °C
Ro = ค่าความต้านทานของลวดโลหะที่อุณหภูมิ 0 °C
a = สัมประสิทธิ์ของการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานไฟฟ้าต่ออุณหภูมิ 1 °C
RTD แบบที่ใช้กันมากที่สุด คือ Platinum100 โอห์ม (Pt100) คือ ที่ 0 °C จะมีค่า 100 โอห์ม และจะเปลี่ยนค่าความต้านทานโดยเฉลี่ย 0.385 โอห์มต่อ 1 °C มีย่านอุณหภูมิใช้งานในช่วง -250 ถึง 600 °C ในการใช้งานปกติจะมีแหล่งจ่ายกระแสคงที่ให้ RTD อยู่สมมติเป็น 1 mA นั่นคือ เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนไป 1 °C จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแรงดัน 0.385 mv ซึ่งมากกว่าเทอร์โมคัปเปิ้ล Type K ถึง 10 เท่า ทำให้มีผลกระทบจากสัญญาณรบกวนน้อยกว่าเทอร์โมคัปเปิ้ลที่สภาวะเดียวกัน
เนื่องจากตัว RTD เป็นเพียงค่าความต้านทาน จึงต้องมีวงจรจ่ายกระแสให้ เพื่อให้เกิดเป็นแรงดันที่เปลี่ยนไป แล้วจึงนำแรงดันนี้ไปใช้งาน แต่กระแสจำนวนนี้ก็สร้างความร้อนขึ้นในตัว RTD ด้วย ทำให้ค่าความต้านทานสูงขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องจำกัดไม่ให้กระแสเลี้ยง RTD นี้มีค่าสูงเกินไป
|