พุทธานุภาพ

หน้าร้าน วิธีการชำระเงิน แจ้งการชำระเงิน สินค้าในรถเข็น บทความ คำถามที่ถามบ่อย ติดต่อเรา
สถิติร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ : 11/11/2007
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 19/08/2013
จำนวนครั้งที่ชม : 148260
จำนวนสินค้าในร้าน : 96

หมวดสินค้า
พระดีที่แนะนำ (0)พระกริ่ง-รูปหล่อพระเกจิ (0)พระกริ่ง-รูปหล่อพระป่า (0)พระกริ่ง-รูปหล่อสายเหนือ (0)พระผงพระเกจิ (1)พระผงสายพระป่า (1)พระผงสายเหนือ (0)พระผงหลวงปู่ดู่ วัดสะแก (94)
บริการของร้าน
หน้าร้าน ข่าวสาร เว็บบอร์ด เอกสารสำคัญของร้านค้า คำถามที่พบบ่อย บทความน่าสนใจ วิธีการชำระเงิน แจ้งการชำระเงิน ติดต่อเรา




รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม เช่า VPS

อ่านบทความ / ข่าว เรื่อง : เหรียญลป.ทวด กระโดดบาตร
ผู้โพส : webmaster
วันที่แสดงข่าว : 2007-12-20
วันที่ / เวลาที่โพสข่าว : 2007-12-20 22:41:43
หัวข้อข่าว : เหรียญลป.ทวด กระโดดบาตร
เนื้อหาของข่าว :
                                        เหรียญหลวงปู่ทวด  รุ่น  กระโดดบาตร  ปี  2530

        ที่มาของการสร้างเหรียญกระโดดบาตร  สืบเนื่องมาจากในสมัยที่ คุณแล่ม  จันท์พิศาโล  ยังทำงานที่นิตยสารพระเครื่อง ลานโพธิ์    วันหนึ่งขณะเดินทางไปทำธุระ   ระหว่างทางก็ได้เห็นคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่   จึงได้ชะลอรถเพื่อดู   ภาพที่เห็นคือ มีมอเตอร์ไซด์เก่า ๆ คันหนึ่งได้ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง มีผู้หญิงและผู้ชายนอนตายอยู่ใกล้ ๆ กัน และมีเด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ กำลังร้องไห้เรียกหาพ่อแม่ซึ่งนอนตายอยู่   พร้อมทั้งกอดศพพ่อและแม่ ภาพที่เห็นนั้นรู้สึกสลดใจยิ่งนัก    จึงเกิดความคิดสร้างพระแจกให้คนทั่ว ๆ ไปได้มีพระเอาไว้ติดตัวคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ เผื่อคนจนจะได้มีพระไว้บูชาด้วย  

         ก็มานั่งนึกว่าจะสร้างเป็นพระอะไรก็นึกถึงหลวงปู่ทวดขึ้นมา    เพราะเคยมีคนกล่าวว่า  มีหลวงปุ่ทวดคิดตัวจะไม่เกิดอุบัติเหตุตายโหง    เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงให้ช่างแกะพิมพ์เป็นรูปหลวงปู่ทวดนั่งสมาธิอยู่ในกรอบพระทรงสี่เหลี่ยม  กว้าง 1.5 ซม. สูง 2.0 ซม.  เป็นเนื้อทองแดงรมน้ำตาลเพียงอย่างเดียวไม่มีเนื้ออื่น  ไม่ว่าจะเป็นเนื้อทองคำ  เงิน  นาก  ทองเหลือง  หรือตะกั่ว   และไม่มีเหรียญแจกกรรมการ ( เพราะไม่มีการแต่งตั้งกรรมการแต่อย่างใด )   จำนวนสร้าง 20,000 เหรียญ   เมื่อเหรียญสร้างเสร็จแล้วปรากฏว่าสวยงามมาก    ใบหน้าของหลวงปู่ทวดแสดงถึงความเมตตาเป็นอย่างมาก

         พระอาจารย์ที่ตั้งใจจะให้ท่านปลุกเสกก็คือ หลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ  วัดสะแก  อยุธยา โดยคุณช้าง  ราชดำเนิน  เป็นผู้นำไปฝากไว้ที่วัดสะแกด้วยตนเอง    ซึ่งเมื่อนำเหรียญที่สร้างทั้งหมดมาให้หลวงปู่ดู่ท่านอธิษฐาน   พร้อมทั้งบอกจุดประสงค์ในการสร้างว่ามีเจตนาเพื่ออะไร   พอหลวงปู่ทราบ ท่านก็พูดออกมาดัง ๆ ว่า   ข้าขออนุโมทนากับแกด้วย   จึงฝากเหรียญทั้งหมดไว้ให้หลวงปู่ปลุกเสกเป็นเวลาหนึ่งไตรมาสตลอดพรรษาปี 2530  

         เมื่อครบกำหนดออกพรรษาแล้วหลายวัน  ทางผู้สร้างและคุณช้างจึงกลับไปที่วัดสะแกอีกครั้ง พร้อมกับขอรับเหรียญหลวงปู่ทวดที่ฝากไว้กลับคืน  โดยได้ให้คำมั่นสัญญากับหลวงปู่ว่า     จะเอาเหรียญนี้ไปแจกแก่ผู้ซื้อหนังสือลานโพธิ์   และผู้ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณกุศลเท่านั้น   โดยจะไม่นำไปจำหน่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวอย่างเด็ดขาด 

         หลวงปู่ดู่ได้กล่าวอนุโมทนาและได้เมตตานั่งปรกอธิษฐานจิตให้อีกครั้งหนึ่งนานประมาณ 30 นาที   โดยท่านได้บอกกับลูกศิษย์ที่ไปนั่งปฏิบัติธรรมบนกุฏิว่า ขอให้ทุกคนนั่งสมาธิตั้งจิตอธิษฐานมาที่กล่องเหรียญหลวงปู่ทวดนี้ด้วย    ซึ่งทุกคนก็ได้ปฏิบัติตามที่หลวงปู่สั่งไว้ ( มีผู้ที่นั่งสมาธิในวันนั้นบอกว่า  เห็นแสงสว่างสุกปลั่งไสว   เป็นแสงสีนวลบนกล่องเหรียญ ) 

         หลังจากที่หลวงปู่นั่งสมาธิอธิษฐานจิตเสร็จแล้ว   ท่านได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่วทุกกล่องพระ   ทางผู้สร้างได้แบ่งเหรียญใส่พานถวายท่าน 2 ถุง ( 2,000 เหรียญ )   กราบเรียนท่านว่า ขอให้รับไว้เพื่อแจกแก่ผู้ที่มากราบหลวงปู่   หลวงปู่รับเหรียญแล้วก็แกะถุงพลาสติก  หยิบเหรียญออกมาแจกแก่ทุกคนที่อยู่บนกุฏิในวันนั้น

         ในเวลานั้นผู้สร้างได้มีโอกาสคุยกับลูกศิษย์ที่มีความนับถือหลวงปู่ดู่ด้วยกันหลายคน  หนึ่งในลูกศิษย์นั้นเล่าว่า มีคนนำเหรียญรูปหลวงปู่ทวดมาให้หลวงปู่ดู่ปลุกเสก  เหรียญรุ่นนั้นหลวงปู่ดู่ท่านเมตตาปลุกเสกอย่างเต็มที่   ลูกศิษย์ผู้นั้นกล่าวต่อว่า เดิมที่เหรียญนั้นอยู่ในกล่องกระดาษ และได้มีลูกศิษย์มาพบ เห็นว่าเหรียญนั้นเป็นเหรียญรูปหลวงปู่ทวด จึงนำเหรียญเหล่านั้นมาใส่ไว้ในบาตรพระแทน

         ในการปลุกเสกคราวหนึ่ง คนที่ศรัทธาหลวงปู่กลับไปหมดแล้ว  ท่านว่างจึงได้ทำการอธิษฐานจิตปลุกเสกเหรียญหลวงปู่ทวดตอนนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ซึ่งมีเพียงตาแกละที่คอยเก็บกาน้ำชา และคอยทำความสะอาดอยู่บริเวณนั้น ตาแกละได้เล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อดู่ท่านได้ปลุกเสกเหรียญทั้งหมดจนเหรียญตั้งขึ้นได้ทุกองค์แล้วเหรียญทุกองค์ก็ได้ลอยขึ้นมาจากบาตร  เมื่อตาแกละเห็นดังนั้นจึงนั่งลงกราบ    แล้วหลวงพ่อดู่ก็ลืมตาขึ้นมามองทางตาแกละ วันนั้นหลวงพ่อท่านอารมณ์ดีเป็นพิเศษ    ตาแกละก็เลยกล่าวกับหลวงพ่อว่า เหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อปลุกเสกจนเหรียญลอยเลยนะครับ    หลวงพ่อท่านเมตตาตอบว่า   คนสร้างเหรียญรุ่นนี้เขามีเจตนาดี   อยากให้ผู้อื่นแคล้วคลาดปลอดภัยทำมาหากินเจริญ คนแบบนี้หาได้ยาก   ด้วยเจตนาอันเป็นกุศลนี้ข้าเลยอนุ โมทนาให้เขาเต็มที่   เหรียญที่ปลุกเสกนี้เมื่อนำไปใช้ก็จะเจริญร่ำรวย   มีโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย  เมตตา สมกับเจตนาที่ตั้งไว้    ข้าเสกเหรียญนี้ไว้ในบาตรพระ ก็เพราะบาตรพระเป็นภาชนะที่ญาติโยมนำข้าวปลาอาหาร  กล้วยสุกลูกไม้  มาให้ด้วยความศรัทธา  บาตรพระนี้แหละแกเอ๋ย  ดีเป็นที่สุดเลย    หลวงพ่อยังพูดต่อว่า  เหรียญหลวงปู่ทวด ที่ข้าปลุกเสกนี้ อีกหน่อยจะหายากจนแทบพลิกแผ่นดินหากันแหละแก
              เมื่อผู้สร้างได้ฟังเรื่องต่าง ๆ ถึงกับขนลุกขึ้นถึงหัวเลยทีเดียว คนที่เล่าก็ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง    นี้คือที่มาของเหรียญหลวงปู่ทวดกระโดดบาตร    อีกหลายปีผ่านไปก็เป็นอย่างที่หลวงปู่ดู่ได้กล่าวไว้ว่า เหรียญนี้มีพุทธคุณต่าง ๆ นา ๆ    ผู้ที่ใช้มักมีปาฏิหาริย์มาเล่าให้ฟังกันต่าง ๆ


                                                   บันทึกของคุณชาญชัย  ก่อเกียรติสกุลชัย 

                                                                                               ณ ห้อง 223 เตาปูนแมนชั่น  อาคาร  เอ  ถ.เตชะวาณิช  

                                                                                      แขวง/เขต บางซื่อ  กทม. 10800 โทรฯ 5859628-9  ต่อ  223

                                                                                   ( หมายเหตุ  ปัจจุบันทางแมนชั่นได้เปลี่ยนเป็นสายตรงแทนแล้ว )

                                                        27 พ.ย. 2539 

         ข้าพเจ้า นายชาญชัย  ก่อเกียรติสกุลชัย  จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต   จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ปัจจุบันทำงานที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนากระบวนการทำงานธนาคารกสิกรไทย   และมีเชื้อสายจีนเต็มตัว

         เดิมข้าพเจ้าไม่มีความสนใจในแก่นหรือหลักของพระพุทธศาสนา   เพียงแต่มีความเข้าใจอย่างผิวเผิน  และได้ประสบเหตุการณ์บางอย่างในการทำงานในต่างจังหวัด   ทำให้มีความสนใจในเรื่อง พระพุทธคุณ ( พระพุทธคุณ คือ พลังงานที่อยู่ในพระ ) ว่าจะมีจริงหรือเปล่า   จึงได้เสาะแสวงหาพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์และพระกรุต่างๆ จากหนังสือพระเครื่องหลายฉบับ   โดยเสียเงินในการเช่าบูชาเป็นจำนวนมากพอสมควร

             เนื่องจากข้าพเจ้ามีพระเครื่องจำนวนมากมาย   ทำให้ไม่มีการจัดเก็บให้เป็นที่เรียบร้อย   มารดาข้าพเจ้าซึ่งเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ( เรียกว่า เป็นคนต่างด้าว )  และมีความนับถือในพระศาสดากับพระโพธิสัตว์กวนอิม   โยมมารดาเคยเล่าให้ฟังว่า  ท่านได้สวดมนต์ทำสมาธิมาตั้งแต่เมื่ออายุเพียง 15 ปี  ตั้งแต่สมัยอยู่ในประเทศจีน  จนมีอายุในขณะนี้ 70 ปี  และตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าจำความได้   ก็เห็นมารดาสวดมนต์บูชาพระพุทธองค์และพระโพธิสัตว์กวนอิมทุกวันในช่วงเย็นไม่น้อยกว่าวันละ 3 ชั่วโมง 

             โดยปกติลูกหลานจะทราบเพียงแต่ว่า  มารดาข้าพเจ้ามีความสามารถในการทำนายโหงวเฮ้ง ( โหงวเฮ้ง  หมายถึง  การดูตรงหน้า  ดูลักษณะ 5 อย่าง เช่น ดูตา  ใบหู  จมูก  เป็นต้น ) ได้อย่างเม่นยำมาก   แต่จะบอกเฉพาะลูกหลานหรือญาติเท่านั้น

             จนมากระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง   มารดาได้ให้ข้าพเจ้าไปจัดเก็บพระเครื่องต่างๆ ที่วางไว้ระเกะ ระกะให้เป็นที่เรียบร้อย   เนื่องจากเป็นวันหยุด   ข้าพเจ้าจึงนำพระเครื่องทั้งหมดออกมาทำความสะอาดแล้ววางไว้บนโต๊ะ   มารดาข้าพเจ้า ( ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ) ได้เดินมาที่โต๊ะที่วางพระเครื่องจำนวนหลายร้อยองค์ของข้าพเจ้า   พร้อมกับได้หยิบพระเครื่องแยกออกมาจำนวนหนึ่งประมาณ 4-5 องค์  แล้วเลือกพระเครื่องออกมาเพียง 1 องค์ยื่นให้ข้าพเจ้า   องค์ที่เหลือได้วางกลับลงไปที่เดิม

             เนื่องจากมารดาเป็นคนจีนพูดไทยชัดบ้างไม่ชัดบ้าง  ได้พูดภาษาจีนแปลเป็นไทยได้ว่า  พระเครื่องที่หยิบมาทุกองค์มีพลังหรือพุทธคุณสูงมาก    แต่องค์ที่พุทธคุณสุดยอดคือองค์นี้     ซึ่งในภายหลังข้าพเจ้าทราบว่าเป็น เหรียญสี่เหลี่ยมเล็ก  ทองแดงรมสีน้ำตาล   รูปหลวงพ่อทวด  วัดช้างไห้  สร้างเมื่อปี 2530  อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวโดย หลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ  วัดสะแก  อยุธยา  ซึ่งบางคนเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า รุ่นกระโดดบาตร  

             มารดาได้กล่าวย้ำให้ข้าพเจ้านำไปเลี่ยมทองแขวนคอไว้เป็นมงคลแก่ตัว   โดยปกติมารดาไม่เคยสนใจในเรื่องพระเครื่อง  และอ่านภาษาไทยไมได้เลย    แต่ท่านจะตักบาตรทุกวันและนับถือหลวงพ่อแพ  วัดพิกุลทอง  จ.สิงห์บุรี กับ สมเด็จพระพุฒโฆษาจารย์ ( ฟื้น )  วัดสามพระยา

             ข้าพเจ้ามีความสงสัยเป็นอย่างมากว่า  มารดาทราบได้อย่างไรว่าองค์ไหนมีพุทธคุณสูง   และท่านสามารถตรวจสอบได้จริงหรือไม่   พระเครื่ององค์ดังกล่าวเป้นพระที่ข้าพเจ้าได้รับจากการทำบุญกับเพื่อน   เป็นพระรุ่นใหม่และไม่มีราคาเช่าหาแต่อย่างใด   จึงสอบถามมารดาว่า  แม่รู้ได้อย่างไรว่าพระองค์นี้ดีและองค์ที่วางลงไปมีพุทธคุณน้อยกว่า ( พระที่มารดาวางลงไป 3-4 องค์  ล้านเป็นพระเครื่องที่นิยมในวงการและมีราคาเช่าหาสูงในระดับหลักหมื่นขึ้นไปทั้งสิ้น )  ข้าพเจ้าได้เลือกพระองค์ที่บูชามาในราคาสูงมาให้ตรวจสอบอีกจำนวนหนึ่ง   ผลก็คงเป็นเช่นเดิม

             มารดาบอกว่า  พระองค์นี้ ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) ดีมาก  เป็น ผ่อสัก ( คือ พระโพธิสัตว์ เหมือนกับ เจ้าแม่กวนอิม ) ให้นำไปเลี่ยมแขวนที่คอ  หากไม่มีเงินก็จะให้
            ข้าพเจ้าแย้งว่า  พระองค์นี้ได้มาจากการทำบุญราคาถูกมาก   จะดีกว่าพระองค์ที่มีราคาแพงๆ ได้อย่างไร ?  
            มารดาบอกว่า  พระองค์ราคาแพงมีพุทธคุณสูง  มีลักษณะพลังงานแบบสายน้ำที่ไหลเรื่อยๆ มาไม่ขาดสาย   แต่พระองค์ที่เลือกให้ ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) มีพุทธคุณสูงสุด   มีพลังงานเหมือนกับน้ำตกที่ไหลแรงมากและไม่ขาดสายเช่นกัน

            ข้าพเจ้ายังไม่เชื่อว่ามารดาจะตรวจสอบพุทธคุณได้จริงๆ  จึงได้ไปยืมพระเครื่องที่มีราคาเช่าหาในหลักแสนมา 2 องค์   ให้มารดาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง   ปรากฏว่ามารดาก็ยังยืนยันเหมือนเช่น เดิม   แต่ข้าพเจ้าก็ยังแคลงใจ   จึงได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง   โดยนำกล่องใส่พระที่ปิดสนิท 3 กล่อง 

-         กล่องที่ 1 บรรจุพระเหรียญหลวงปุ่ทวด รุ่น  กระโดดบาตร
-         กล่องที่ 2 บรรจุพระเก่าราคาแพง
-         กล่องที่ 3 บรรจุเม็ดลูกอมกิมจ๊อ

          ไม่สามารถมองเห็นว่าข้างในกล่องมีอะไร   แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบ   เพราะได้วางสลับไปสลับมาจนตัวเองก็งง

          มารดาได้ยกกล่องใส่พนมมือทีละกล่อง   โดยบอกว่า กล่องนี้มีพระองค์ที่มีพุทธคุณเยี่ยมยอด ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร )    ส่วนกล่องนี้พุทธคุณเบาบางมาก ( พระเก่า )    อีกกล่องท่านได้โยนทิ้งถังขยะ   กล่องที่ถูกทิ้งถังขยะเป็นกล่องที่บรรจุเม็ดลูกอมกิมจ๊อ   จึงทำให้ข้าพเจ้าเริ่มสนิทใจว่า

                                   มารดาตรวจสอบพุทธคุณได้จริง   และพุทธคุณมีจริง 

         จากจุดนี้ทำให้ผู้เขียนสอบหาพระเครื่องที่ปลุกเสกโดย  หลวงปู่ดู่  วัดสะแก  มาโดยตลอด  แม้ในทุกวันนี้   ต่อมาได้อ่านหนังสือ  พระผู้จุดประทีปในดวงใจ  ทำให้สนใจเริ่มค้นคว้าคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างจริงจังและนำมาปฏิบัติธรรม   จึงขอสนับสนุนแนวทางที่ หลวงปู่ดู่ วางไว้ว่า

                                     ติดวัตถุมงคล
                                       ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล

               เมื่อสามารถฝึกจิตตนเองและปฏิบัติธรรมได้อย่างจริงจังแล้ว   ก็จะค้นพบของดีวิเศษในตนเอง   ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

 อ้างอิง 1.  เหรียญหลวงปู่ทวด  รุ่น กระโดดบาตร  2530  หลวงปู่ดู่  วัดสะแก  อยุธยา  ปลุกเสก  โดย  แล่ม  จันท์พิศาโล 
              
 หนังสือปรกโพธิ์
           2.  เหรียญกระโดดบาตร  หลวงปู่ดู่  วัดสะแก   โดย  กฤษ  บางพรม   หนังสือนะโภคทรัพย์