amuletbangkok.com

หน้าร้าน วิธีการชำระเงิน แจ้งการชำระเงิน สินค้าในรถเข็น บทความ คำถามที่ถามบ่อย ติดต่อเรา
สถิติร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ : 03/05/2007
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 31/03/2014
จำนวนครั้งที่ชม : 312706
จำนวนสินค้าในร้าน : 75

หมวดสินค้า
พระเนื้อผงผสมดินว่าน ยอดนิยม (4)หลวงปู่ใจ (3)พระกรุนาดูน (1)พระหลวงพ่อทับ วัดทอง(สุวรรณาราม) กทม (2)หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม (1)พระเหรียญยอดนิยม (9)หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง (2)พระสมเด็จฯ กรุวัดบางขุนพรหม กรุงเทพฯ (1)พระสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ (4)พระสมเด็จฯ หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร กทม. (1)หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว สุพรรณบุรี (1)หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กทม. (1)พระผงสุพรรณ หนึ่งในเบญจภาคี (1)หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี (1)พระนางพญา พระดังเมืองพิษณุโลก (1)รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน (4)สมเด็จฯอรหัง วัดมหาธาตุ กทม. (1)หลวงพ่อหรุ่น เก้ายอด วัดอัมพวัน ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม (1)พระกรุวัดเงิน คลองเตย กทม (1)พระกรุวัดท้ายตลาด กทม (1)หลวงปู่กลิ่น จันทสาโร วัดสะพานสูง นนทบุรี (1)หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี (3)พระเลี่ยง กรุวัดพระธาตุลำปางหลวง นครลำปาง (1)พระหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว บางพลี สมุทรปราการ (4)หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง นนทบุรี (1)พระกริ่ง (1)หลวงพ่อเกษม เขมโก ลำปาง (3)หลวงพ่อเขียน วัดถ้ำขุนเณร พิจิตร (2)หลวงปู่จีน วัดท่าลาด ฉะเชิงเทรา (3)พระสมเด็จฯวัดเกศไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง (2)พระขรรค์ มีดหมอ กริซ (1)พระกรุวัดเขาพนมเพลิง สุโขทัย (1)เสือ เรียกทรัพย์ (1)พระปิดตา วัดอนงคาราม กทม. (1)พระซุ้มกอ กำแพงเพชร (1)ลพ.น้อย วัดธรรมศาลา จ.นครปฐม (1)ท่านเจ้าคุณนรรัตฯ์ ธัมมวิตกโก (1)พระบูชา (2)พระรอด ลำพูน (1)หลวงพ่อทวด (1)หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง กทม. (1)หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ (1)
บริการของร้าน
หน้าร้าน ข่าวสาร เว็บบอร์ด เอกสารสำคัญของร้านค้า คำถามที่พบบ่อย บทความน่าสนใจ วิธีการชำระเงิน แจ้งการชำระเงิน ติดต่อเรา




รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม เช่า VPS

อ่านบทความ / ข่าว เรื่อง : มูลสูตรสัญลักษณ์พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเจดีย์
ผู้โพส : ปุ๊ สุวรรณภูมิ
วันที่แสดงข่าว : 2008-12-21
วันที่ / เวลาที่โพสข่าว : 2008-12-21 21:46:55
หัวข้อข่าว : มูลสูตรสัญลักษณ์พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเจดีย์
เนื้อหาของข่าว :
มูลสูตรสัญลักษณ์พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเจดีย์

          บทความต่อไปนี้ ผู้เริ่มศึกษาพระสมเด็จ โปรดใช้วิจารญาณในการชม  (สำหรับผู้ที่มีความชำนาญ ช่ำชอง ( เซียนพระทั้งหลาย) ขอให้ผ่านเลยไป หรือกรุณาท้วงติง หากมีสิ่งใดผิดพลาด ต้องขออภัย) เพื่อเป็นบันไดขั้นแรกสำหรับผู้เริ่มศึกษา ในการพิจารณาแยกแยะพิมพ์ทรงพระสมเด็จที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ผู้สร้าง  ซึ่งหลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างทองหลวงในราชสำนัก ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แกะแม่พิมพ์ถวาย (พิมพ์ทรงนิยม) ทั้งยังเป็นผู้แนะนำให้ผสมน้ำมันตังอิ๊ว ในเนื้อพระสมเด็จเพื่อป้องกันการแตกร้าว ซึ่งสมเด็จโต ก็ได้ใช้เป็นแม่พิมพ์ในการพิมพ์พระสมเด็จต่อมา  ( แทนแม่พิมพ์เดิมที่แกะโดยช่างชาวบ้านและยังไม่ได้ผสมน้ำมันตังอิ๊วในเนื้อพระ พระส่วนใหญ่จึงแตกหักเสียหายไปตั้งแต่สมัยที่เจ้าประคุณสมเด็จท่านทำออกมาแล้ว ) พิมพ์ทรงนิยมเป็นแบบพิมพ์ที่สวยงามเนื่องด้วยฝีมือการแกะแม่พิมพ์ของช่างทองหลวง  (ขอย้ำช่างทองในราชสำนักของพระเจ้าแผ่นดิน ฝีมือช่างจะปราณีตบรรจงขนาดไหน) เปรียบเทียบกับพระแบบพิมพ์สมเด็จที่มือผีทั้งหลายทุกยุคทุกสมัยตั้งใจ และเจตนากระทำการปลอมแปลงและเลียนแบบ (เฉพาะพระเก๊ , พระมือผี) ไม่นับรวมถึงพระแบบพิมพ์สมเด็จที่เกจิอาจารย์ทั้งหลายสร้างและปลุกเสกเพื่อแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธา (พระล้อพิมพ์)คำอธิบาย รายละเอียดของพิมพ์ทรงนี้ไม่ใช่คำบรรยายใต้ภาพแต่เป็นคำอธิบายที่ คัดลอกมาบางส่วน ( เฉพาะพิมพ์ทรงเจดีย์ ) จากหนังสือ ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มที่ 1 พระสมเด็จฯ (ตำราพิจารณาพระสมเด็จฯ เล่มแรกของประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2495 ) โดย พ.อ.ประจน  กิติประวัติ (ตรียัมปวาย) ผู้บัญญัติคำว่า “ เบญจภาคีแห่งพระเครื่อง ” สุดยอดปรารถนาของนักสะสม ที่ติดตามค้นหาเพื่อครอบครองและต้องการเป็นเจ้าของ

      ฉบับพิมพ์ ครั้งที่ 7 พ.ศ.2546 สำนักพิมพ์ไทภูมิ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงสำหรับข้อมูลที่ให้ความรู้เป็นแนวทางในศึกษาอย่างถูกแนวทางและเป็นวิทยาทานสำหรับผู้เริ่มศึกษาและสะสมมา ณ ที่นี้ 

แนวทางวิเคราะห์ เพื่อพิจารณาว่าพระเครื่ององค์ที่แสดงอยู่นี้  มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเป็นพระสมเด็จ พิมพ์ทรงนิยม (หลวงวิจารณ์เจียรนัย)  ตามหนังสือที่อ้างถึง ( เน้นพิจารณาเฉพาะพิมพ์ทรง เนื่องจากการพิจารณาเนื้อหามวลสารจากภาพที่ปรากฏ ผ่านจอ monitor ค่อยข้างลำบากเพราะ monitor หรือ จอ LCD แต่ละเครื่องแต่ละยี่ห้อ รวมทั้งการปรับตั้งการแสดงผลไม่เหมือนกันจึงให้ภาพต่างกัน)  ดังนี้.-

     1. ท่านตรียัมปวาย เขียนอธิบายตามแบบพิมพ์ที่เคยพบเห็น และเล่นหาสะสมในยุคสมัยของท่านโดยจัดเข้าชุดเป็นพระเครื่องยอดนิยมสุดยอดปารถนาที่ทุกคนใฝ่หา  หรือ

     2.  เป็นพระพิมพ์ที่ตั้งใจหรือเจตนาแกะแม่พิมพ์ ( พระเก๊ ) ตามรายละเอียดที่ท่านตรียัมปวาย เขียนบรรยายไว้ในหนังสือที่กล่าวข้างต้น เพื่อหลอกลวงผู้มีความศรัทธาในท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) ให้แสวงหาเพื่อบูชาและสะสมด้วยมูลค่าเป็นตัวเงินที่สูงมากในปัจจุบัน

พิมพ์ทรงเจดีย์·      

           มูลสูตรสัญลักษณ์ทางพิมพ์ทรง  เป็นพิมพ์ทรงที่มีความงดงามยิ่งในลักษณะสัมพันธ์ของเส้นวงนอก (Outlines) และการเน้นส่วนโค้งนูน (Curvatures) และความลึก อย่างจัดที่สุดในด้านความสัมพันธ์ของเส้นวงนอกนั้น คือ จากยอดพระเกตุลงมาจดมุมฐานชั้นล่างทั้งสองด้าน จะได้ลักษณะทรงเจดีย์หรือทรงกรวย และแนวสมมติที่เรียกว่า เส้นวงนอก นี้ สมมติว่าถ้ากำหนดเอาจุดยอดพระเกตุเป็นดุม และขึงเส้นด้ายลงมายังมุมหัวฐานชั้นล่างทั้งสองดังกล่าว แล้วหย่อนเส้นด้ายเสียเล็กน้อย จะเห็นว่าเกือบจะไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขององค์พระปฏิมาและพระอาสนะที่จะยื่นล้ำแนวเส้นด้ายหย่อนสมมตินี้ออกมาเลย ด้วยเหตุนี้จึงได้นามว่า พิมพ์ทรงเจดีย์ ส่วนในด้านความโค้งนูนและลึกนั้น คือ เค้าอิทธิพลที่ได้รับจากพุทธศิลป์สกุลช่างเชียงแสนอย่างชัดเจน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในด้านความอวบสมบูรณ์ของพระองคาพยพเป็นยอดเยี่ยม อีกประการหนึ่งของลักษณะอันเด่น คือ การเน้นสัดส่วนต่าง ๆ อย่างคมชัดยิ่งนัก
Last Update : 18 ธันวาคม 2551, 00:06 น.

>> ความคิดเห็นที่ : 1

          .  มูลสูตรพุทธลักษณะ     พิมพ์ทรงเจดีย์ เป็นปางสมาธิขัดราบ กอปรด้วยรายการต่าง ๆ ของพุทธสรีระ ตามมูลสูตรลักษณะโดยเฉพาะดังต่อไปนี้.-    

       ก.  พระเกตุ  ปรากฏเพียง  ๒ แบบ คือ

            แบบปลี มีปรากฏโดยทั่วไปสัณฐานเขื่องและได้ลักษณะเป็นจอมกระหย่อมพระเมาฬีชัดเจนยิ่ง จัดเป็นพระเกตุที่งดงามที่สุดของพระสมเด็จฯ ส่วนฐานกระหย่อมรับกับจอมพระศิระ ซึ่งเป็นจอมกระหม่อมสูง ตอนกลางค่อย ๆ เรียวขึ้น ส่วนมากจะอยู่ในแนวดิ่ง และมักจะคมชัดลักษณะสันอกไก่

            แบบเรียว  ลักษณะเรียวแหลม ขาดลักษณะก่อลาดขึ้นไปอย่างแบบปลี มักเอียงไปทางด้านในด้านหนึ่ง ความคมชัดเจนมาก แต่ลักษณะแบบทะลุซุ้มไม่ปรากฏโดยแน่ชัด มีแต่เพียงบางองค์ที่มีลักษณะคล้าย ๆ จะเป็นเช่นนั้น พระเกตุลักษณะดังกล่าวนี้มักจะเป็นคมกริช และบางองค์คดกริชรางเลือนไป ทำให้ผู้ไม่สันทัดสำคัญผิดว่าเป็นพิมพ์ทรงเกตุบัวตูม จะเห็นได้ว่าการพิจารณาจำแนกพิมพ์ทรง มิใช่อยู่ที่พระเกตุ แต่อยู่ที่พระอาสนะและทรงกรอบเป็นสำคัญ เพราะเป็นส่วนที่สังเกตได้ชัดเจน

        ข. พระศิระและวงพระพักตร์  จำแนกออกเป็น ๔ แบบ ได้แก่ 

           แบบผลมะตูม ทำนองเดียวกับของพิมพ์ทรงพระประธาน แต่มีความนูนเด่นกว่าและสัณฐานป้อมกว่าเล็กน้อย

           แบบรูปไข่   เป็นแบบที่งดงามที่สุด ส่วนบนค่อนข้างป้าน ต้นพระหนุ (ขากรรไกร) และพระหนุ (คาง) เรียวมน

           แบบเสี้ยม  เป็นทรงข้ามหลามตัดลบมุมป้อม ๆ

           แบบป้อม   สัณฐานป้อมมน ๆ แต่นูนเด่นชัดมาก

       ค. พระกรรณ  พิมพ์ทรงเจดีย์จะปรากฏพระกรรณชัดเจน และงดงามที่สุด แม้จะไม่คมชัดเท่าของพิมพ์ทรงฐานแซม แต่มีฐานพระกรรณหนาและลีลาห้อยระย้าอ่อนช้อยกว่ามาก แต่ส่วนมากจะปรากฏเพียงใบพระกรรณส่วนบนหรือส่วนกลางเท่านั้น ชายพระกรรณเบื้องล่างมักไม่ค่อยติดพิมพ์เพราะเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด นอกจากองค์ที่ชัดเจนจริง ๆ จะมีลักษณะดังนี้

        เบื้องซ้าย สัณฐานหนาและคมชัดกว่าเบื้องขวาใบพระกรรณส่วนบนต่ำกว่าเบื้องขวา  ปลายงอนออกด้านนอกลักษณะหูบายศรีเล็กน้อย ต่อจากนั้นจะวาดงอนเข้าแนบพระปราง (แก้ม) ส่วนหนึ่ง แล้ววาดออกห่างจากต้นพระหนุ (ขากรรไกร) ออกมา ส่วนปลายล่างค่อย ๆ เรียวและบางลงทุกที ลีลาอ่อนช้อยห้อยระย้าจดพระอังสาตรงบริเวณ ขอบสุดของพระสังฆาฏิซึ่งพาดอยู่บนพระอังสาพอดี งดงามอย่างที่สุดที่เรียกว่า ห้อยระย้า 

       เบื้องขวา คมตั้งเป็นทิวอกไก่ชัดกว่าเบื้องซ้าย แต่สัณฐานหนาน้อยกว่า ยอดใบพระกรรณอยู่ในระดับสูงกว่าเบื้องซ้าย ตอนช่วงกลาง ๆ เกาะแนบขอบพระปราง (แก้ม) ลงมาโดยตลอด ส่วนปลายล่างรางเลือน เบนวาดจรดพระอังสาเป็นแนวเฉียง

        ง. พระศอ จำแนกเป็น ๓ แบบ เช่นเดียวกับพิมพ์พระประธานคือ แบบลำ แบบชะลูด และแบบกลืนหาย

 

โดย: atnoon วันที่: 18 ธันวาคม 2551, 00:42 น.

>> ความคิดเห็นที่ : 2

      จ.   พระอังสา  มีสัญลักษณ์โดยเฉพาะ คือ ปราศจากลักษณะปีกกา แต่เป็นแบบโค้งหลังเต่าน้อย ๆ แสดงส่วนหนาและตั้งเป็นขอบสันนูนสูงขึ้นมาจากผนังคูหาเป็นปึกแผ่น ส่วนมากพระอังสกุฎ (หัวไหล่) ซ้ายยกสูงกว่าเบื้องขวา

     ฉ.  ลำพระองค์  ปรากฏ    แบบ เช่นเดียวกัน คือ

          แบบผาย      สัณฐานเขื่องผายผึ่ง ช่วงพระอุระผายกว้าง ลำพระองค์ด้านพระปรัศว์ (สีข้าง) คอดเล็กน้อย และพระอุทรผายออกน้อย ๆ

          แบบกึ่งผาย  ลักษณะทำนองเดียวกัน แต่แสดงกายวิภาคทางข้างน้อยกว่าและความอวบนูนทางด้านหน้าก็น้อยกว่าอีกด้วย

         แบบตัววี       คล้ายแบบผายแต่ลำพระองค์ผายพระอุระเรียวสอบลงมาพระอุทรไม่ผายออก

     รายละเอียดบนลำพระองค์  พิมพ์ทรงเจดีย์แสดงรายละเอียดบนลำพระองค์มากกว่าพิมพ์ทรงพระประธาน องค์ที่ชัดเจนจะปรากฏ  ขอบจีวร เป็นเส้นขีดทิวค่อนข้างหนาชัด ส่วนปลายบนสุดเรียวกว่าตอนกลาง ลากลงมาจากพระอังสาตรงจุดที่ปลายพระกรรณล่างจดพระอังสานั้น เยื้องเข้ามาทางขวานิดหนึ่งแล้วพาดกับส่วนหนาของขอบพระอังสาเบื้องบนในแนวเฉียงเข้ามาด้านในเบื้องขวาเล็กน้อย สาันนูนสูงึ้นมาจากนลีลาของเส้นทิวจะเริ่มเข้ามาทางขวามาก ตอนที่ผ่านส่วนยอดของพระอุระ ต่อจากนั้นก็ย้อยลงลักษณะตกท้องช้างเฉียงไปทางขวา แล้ววาดเว้าขึ้นข้างบน ฉวัดเข้าในซอกพระกัจฉะ (รักแร้) ขวา ส่วนนี้เป็นส่วนที่หนาที่สุดของเส้นทิวขอบจีวร และพระสังฆาฏิเป็นทิวราง ๆ แต่ค่อนข้างหนา ส่วนที่พาดบนพระอังสารางเลือนและชัดมากตรงบริเวณที่ทาบอยู่บนยอดพระอุระ ตอนที่แนบชิดกับเส้นขอบจีวร แล้วจึงทอดลงดิ่งซึ่งสังเกตได้ชัดในตอนนี้ เพราะกอปรด้วยเส้นขีดทิว ๒ เส้น เป็นขอบผืนพระสังฆาฏิกว้างและยาวเกือบจดพระหัตถ์ จัดว่าเป็นพระสังฆาฏิที่งดงามที่สุด

     ช. พระพาหา   ลีลาการทอดพระพาหาควบเกร็งเข้าหาลำพระองค์ตรงข้ามกับลักษณะผ่อนคลายของพิมพ์ทรงพระประธาน ลำพระพาหา ล่ำเขื่อง ค่อนข้างชิดลำพระองค์ ทำให้หว่างพระพาหาแคบ แต่ซอกพระกัจฉะ (รักแร้) มนกว้างไม่แคบตีบ พระอังสกุฎ (หัวไหล่) ผายไม่ดุ้งหรือคอดกิ่ว พระพาหา มักโย้ขวาเล็กน้อย หรือแป้วเบื้องซ้ายน้อย ๆ ลีลาการหักพระกัปประ (ศอก) รวบเกร็ง พระกรหักสอบลงมาก ลำพระกรย่อมกว่าลำพระพาหุ (แขนท่อนบน) เล็กน้อยไม่เรียวเล็ก

     ซ. พระหัตถ์สดงรอยซ้อนกันชัดเจนและนูนหนามาก แนวซ้อนพระหัตถ์จะโย้น้อย ๆ ไปทางขวาตามการโย้ของวงพระพาหาด้วยเป็นส่วนมาก

โดย: atnoon วันที่: 18 ธันวาคม 2551, 00:52 น.

>> ความคิดเห็นที่ : 3

          ก.  ฐานชั้นบน  แสดงสัดส่วนของหน้ากระดาน บัวหงาย และท้องไม้ ในลักษณะเป็นท่อนมน ๆ หัวฐานทั้งสองโค้งมน บางแบบพิมพ์อาจมีรอยหยักข้างล่างทำนองกาบเท้าสิงห์ อย่างย่อราง ๆ และขาสั้น ผิวพื้นของฐานค่อนข้างโค้งมนโดยตลอด ความนูนหนาจัด ลอยเด่นออกมาจากผนังคูหา
          ข.  ฐานชั้นกลาง  เป็นฐานสิงห์ที่เด่นชัดมากที่สุด  แสดงส่วนหัวฐานหักแง่มุมเหลี่ยมสันคมและนูนหนาที่สุดเป็นกาบเท้าสิงห์ ยกมุมแหลมขึ้นข้างบนเล็กน้อย ลักษณะยกมุมแทนตัวกระจัง เน้นแนวคมขวานหรือแนวสันอกไก่ คมและหนามาก จนมีลักษณะเป็นแนวสันปาดงอนขึ้นมา ส่วนล่างวาดให้เป็นส่วนเว้าโค้งกลืนหายลงไปเบื้องล่างจดแนวฐานชั้นล่าง  งดงามยิ่งนัก ช่วงกว้างของฐานชั้นกลางจะต้องมากกว่าของฐานบนเสมอ เพื่อรักษาแนวขอบทรงกรวย

         ค.  ฐานชั้นล่าง     เป็นตัวหน้ากระดาน กอปรด้วยเส้นลวดกันลายค่อนข้างคม ทำนองเดียวกับแบบคู่ของพิมพ์พระประธาน การตัดมุมหัวฐานทั้งสองด้านส่วนมากสอบเฉียงเข้าหาทรงกรวยมากเพราะเป็นพิมพ์ทรงเจดีย์ หัวฐานขวามักสอบกว่าเบื้องซ้าย หรือตัดมุมบนอีกที่หนึ่ง ฐานชั้นล่างนี้จะต้องมีช่วงกว้างกว่าชั้นกลางเสมออย่างเห็นได้ชัด มิฉะนั้นจะมิใช่พิมพ์ทรงเจดีย์

       การจำแนกแบบพระอาสนะ อาจจำแนกออกได้เป็น ๓ แบบ ดังนี้

           แบบโค้ง   แสดงลีลาการวาดโค้งท้องกระทะ ประสานกับแนวโค้งของส่วนล่างของพระเพลา (คู่กับพระเพลาแบบโค้ง) ชั้นบนโค้งมาก และชั้นกลางโค้งน้อยลงตามลำดับ พระอาสนะแบบนี้มีทั้งแบบช่วงกว้าง และช่วงแคบ

           แบบกว้าง     คล้ายแบบโค้ง แต่ลีลาไม่วาดโค้ง มีช่วงกว้างมาก (คู่กับพระเพลาแบบกว้าง)

           แบบแคบ    มีช่วงแคบ ๆ (คู่กับพระเพลาแบบแคบ) อาจมีลีลาโค้งน้อย ๆ บ้างแต่ไม่ชัดเจน

โดย: atnoon วันที่: 18 ธันวาคม 2551, 01:05 น.

>> ความคิดเห็นที่ : 4

          ๓.  สัญลักษณ์ซุ้มประภามณฑล  โดยทั่วไปทรวดทรงของซุ้มฯ มักจะสอบเข้าหากันมากกว่าพิมพ์ทรงพระประธาน เพื่อประสานสัมพันธ์ลักษณะทรงกรวยที่สอบเข้าน้อยก็มีปรากฏ สัณฐานขนาดเส้นซุ้มมักย่อมกว่าพิมพ์ทรงพระประธานเล็กน้อย แต่ที่เท่า ๆ กันหรือเขื่องกว่าก็มี ลักษณะแฟบแป้วเบื้องบนซ้าย และการย้วยด้านข้างซ้ายก็ปรากฏเช่นกัน แต่ที่ได้สัดส่วนสมภาคงดงามก็มีมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบพิมพ์

          ๔.  ภาคพื้นผนังคูหา  ส่วนมากพื้นผนังคูหาค่อนข้างราบเรียบไม่เอียงสอบเข้าหาองค์พระปฏิมา ปรากฏแอ่งลาดตื้น ๆ บ้างบริเวณข้าง ๆ พระพาหาซ้ายและหัวฐานเบื้องซ้าย หรือแนวพระศิระขวา

          ๕.  สัณฐานทรงกรอบ   โดยทั่วไปจะเป็นทรวดทรงกะทัดรัดมีทั้งทรงโปร่ง เขื่องและป้อม แต่ไม่ปรากฏทรงป้านเลย การตัดกรอบมีลักษณะเอียงสอบ เข้าหาแนวซุ้มยิ่งกว่าพิมพ์ทรงใด ๆ เพื่อรักษาทรงกรวยสัมพันธ์ ดังนั้น ปฏิภาคระหว่างความกว้าง กรอบบนกับกรอบล่าง จึงมีค่ามากกว่าของพิมพ์ทรงประธาน คือประมาณ ๒๐ :  ๒๕  การตัดกรอบประณีตกว่าพิมพ์ทรงอื่น ๆ การโย้เอียงมีน้อยที่สุด กรอบด้านข้างที่เอียงสอบน้อยก็มีปรากฏ แต่การบานออกเบื้องบนจะไม่ปรากฏเป็นอันขาด มูลลักษณะประการนี้ สามารถนำไปใช้ในการแยกพิมพ์ทรงนี้กับพิมพ์ทรงเกตุบัวตูมออกจากกันอย่างสังเกตได้ชัด และยังใช้ชี้ขาดได้อีกว่า หากรายการต่าง ๆ เป็นพิมพ์เจดีย์ แต่กรอบบานเบื้องบน จะเป็นของปลอมทันที

          ๖.  พื้นที่ชายกรอบ  เนื่องจากการตัดกรอบค่อนข้างสอบเข้าใน ฉะนั้น แนวกรอบด้านข้างจึงเบียดชิดเส้นซุ้ม และเหลือพื้นที่บริเวณมุมบนทั้งสองน้อย แบบกรอบกระจกมีปรากฏบ้างเป็นส่วนน้อย แต่เส้นขีดทิวมักรางเลือนไม่สู้ชัดเจน และพื้นผิวชายกรอบทั้งสองเบื้องบนมักนูนสูงกว่าระดับพื้นผนังคูหาเล็กน้อย และมีลักษณะอูมน้อย ๆ ด้วย

๗.  สัณฐานมิติ  โดยเกณฑ์เช่นเดียวกัน ดังนี้

ก. ความกว้าง (กรอบล่าง)ประมาณ ๒.๐๐ - ๒.๒๐  ซม.

ข.  ความสูง  (แนวดิ่ง)  ประมาณ  ๓.๐๐  -  ๓.๓๐   ซม.

          ค. ความหนา (ขอบ)      ประมาณ  .๔๐  -  .๖๕  ซม.
โดย: atnoon วันที่: 18 ธันวาคม 2551, 01:10 น.

>> ความคิดเห็นที่ : 5

ขอบคุณข้อมูลดีๆนะครับ ส่วนตัวของผมเองก็ชอบศึกษาพระสมเด็จเหมือนกัน ถือว่าความรู้ที่ท่านได้

แนะนำมาในบทความนี้ ถือว่าเป็นความรู้เพิ่มเติมที่ดีมากทีเดียวครับ ส่วนมากพวกเซียนหรือผู้รู้ทั้งหลาย

ที่เคยเห็นมา ยังขาดความรู้และโลกทัศน์มากพอสมควร จริงๆแล้วควรจะศึกษาเอง ดีที่สุดครับ และควร

จะใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยทุกครั้ง เวลาเช่าพระสมเด็จจะได้ไม่โทษใครด้วยครับเพราะเราเป็นคน

ศึกษาเอง

 

โดย: srisawan วันที่: 21 ธันวาคม 2551, 10:08 น.

amuletbangkok.com ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ในความไม่สะดวก ขอความกรุณาโทร..0850310008 นัดล่วงหน้าเพื่อที่จะดูพระเครื่อง-บูชา ตามเวลาและสถานที่ที่สะดวก เนื่องจากอาจจะติดงานมีภาระกิจดูแลครับ