หมายเลขประกาศที่ 1100517 มีผู้ชม 10,056 คร้ัง

ขายกล้ากาแฟ เหมาะปลูกในภาคอีสาน

ขนาดตัวหนังสือ :


รายละเอียด

คำเตือน!! กรุณาตรวจสอบให้ดีก่อนกระทำการโอนเงิน , Be2hand.com จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อ... หรือ คลิกที่นี่ หากไม่ต้องการให้ขึ้นคำเตือนนี้ในประกาศของคุณ

การปลูกกาแฟที่เหมาะสมจะให้ผลผลิตที่ดีอยู่ประมาณ 200 - 250 ต้น/ไร่ แต่สามารถที่จะเพิ่ม หรือลดจำนวนกว่าปกติได้ ขึ้นกับวิธีการปลูกที่ต้องการกล่าวคือถ้าเพิ่มจำนวนมากกว่านี้ การตัดแต่งต้นจำเป็นจะต้องออกแบบให้เหมาะสมเพื่อให้ต้นกาแฟรับแสงเต็มที่ในการติดดอกออกผล บางครั้งจะต้องตัดทั้งต้นสลับแถวเพื่อให้เกิดช่องว่างในพื้นที่ แล้วเลี้ยงต้นใหม่จนอายุ ประมาณ 3 ปี ก็จะออกดอกติดผลอีก แต่ก็ต้องตัดต้นในแถวใกล้เคียงออกเพื่อเปิดพื้นที่เช่นกัน โดยมีหลักการว่า ต้นกาแฟจะติดดอกออกผล เมื่อต้นมีอายุ ประมาณ 3 ปี และต้นกาแฟที่อายุมากขึ้นจะให้ผลผลิตลดลงและการจัดการจะยุ่งยากมากขึ้น การจัดการวิธีการปลูกจะต้องวางแผนให้แน่นอน
การปลูกส่วนมากแล้วจะเป็นต้นกล้าที่ชำในถุงพลาสติก ดังนั้นก่อนที่จะนำลงปลูกในหลุมจำเป็นที่จะต้องนำถุงพลาสติกออกเสียก่อน แล้ววางในหลุมที่ขุดขนาดพอใส่ถุงลงได้ ระวังอย่าให้รากแก้งคดงอ แล้วนำดินมาใส่ให้เต็มกดรอบโคนต้นให้แน่น ในกรณีที่ปลูกจากต้นกล้าที่ชำในแปลง และมีการถอนราก ควรเลือกช่วงปลูกที่ฝนตกสม่ำเสมอ ถ้าฝนไม่ตกควรรดน้ำจนกว่าต้นกล้าจะตั้งตัวได้
ไม้ร่มเงา เป็นวิธีการที่นิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงาแก่ต้นกาแฟในระยะแรก และวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันการพังทลายของดิน โดยไม้บังร่มกาแฟแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ไม้บังร่มเงาชั่วคราว และไม้บังร่มเงาถาวร โดยไม้ร่มเงาชั่วคราวได้แก่ พืชล้มลุก เช่น ข้าวโพด ปอเทือง กล้วย เป็นต้น ส่วนไม้ร่มเงาถาวร คือไม้ยืนต้น เช่น สะตอ ทองหลาง มะพร้าว แค ขี้เหล็กเป็นต้น แต่การปลูกไม้ร่มเงาควรมีการจัดการตัดแต่งไม้ร่มเงาเพื่อให้ต้นกาแฟรับแสงที่เหมาะสมเพื่อการติดดอกออกผลที่เต็มที่ด้วน เพราะบางครั้งถ้าการจัดการไม่ดี ไม้ร่มเงาจะเป็นตัวต้นเหตุของการทำให้ผลผลิตกาแฟลดลงได้ คือจะบังต้นกาแฟมากเกินไป และอาจจะแย่งน้ำและอาหารจากต้นกาแฟได้
ระยะปลูก
ระยะปลูกที่มาตรฐาน คือ 3x3 เมตร จะได้ปริมาณต้น 177 ต้น/ไร่ การปลูกที่วางแผนจะตัดเป็นแถวที่เรียกว่าการปลูกแบบฮาวาย จำเป็นที่จะต้องระยะชิดกว่านี้ การเตรียมหลุมปลูกถ้ามีการไถพรวนอย่างดีไม่จำเป็นที่จะต้องขุดหลุมกว้างนัก แต่ที่ไม่ไถพรวนจำเป็นที่จะต้องขุดหลุม ขนาดกว้าง 50x50x50 เซนติเมตร ทำการกลบหลุม และในการเริ่มปลูกควรใส่ปุ๋ย rock phosphate (ปุ๋ยรองหลุม) ประมาณ 200 กรัม/หลุม
ที่มา :ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขณะนี้เวียตนามซึ่งเป็นพื้นที่ระนาบเดียวกับภาคอีสานสามารถส่งออกเมล็ดกาแฟได้เป็นอันดับ 1 ของโลกแซงหน้าบราซิลไปเรียบร้อยแล้ว
ที่มา : ข่าวไทยรัฐ ออนไลน์ ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555
เวียดนามส่งออกกาแฟโรบัสต้ามากเป็นอันดับ 1 ของโลก หลังผู้ผลิตและผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกาแฟโรบัสต้ามากชึ้น และประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่เช่นบราซิลและโคลัมเบียเผชิญปัญหาสภาพอากาศที่กระทบต่อผลผลิตกาแฟ จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.2555 เวียดนามส่งออกกาแฟรวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มปริมาณขึ้นร้อยละ 31.6 และมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.4 เมื่อเทียบปีต่อปี ส่งผลให้เวียดนามรั้งอันดับ 1 ผู้ส่งออกกาแฟโลก

ตามข้อมูลของสมาคมกาแฟและโกโก้เวียดนาม (VICOFA) ระบุว่า เนื่องจากเศรษฐกิจโลก และภายในประเทศซบเซา ทำให้ผู้ผลิต และผู้บริโภคกาแฟเปลี่ยนความสนใจมายังกาแฟโรบัสต้า และสิ่งนี้ ทำให้เวียดนามได้เปรียบเนื่องจากเวียดนามเป็นผู้ผลิตกาแฟโรบัสต้าอันดับ 1 นอกจากนั้น ประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่ เช่น บราซิล และโคลอมเบีย กำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตกาแฟ

ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือน ม.ค. ถึงเดือน ก.ค. ความต่างของราคาส่งออกกาแฟโรบัสต้าในเวียดนาม และผู้ส่งออกกาแฟรายอื่นๆ ลดลงอย่างมาก จาก 250-300 ดอลลาร์ เหลือเพียง 30-50 ดอลลาร์เท่านั้น

ตามรายงานของกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท (MARD) ของเวียดนาม ระบุว่า การผลิตกาแฟในเวียดนามได้พัฒนาขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่ปี 2539 และจนถึงตอนนี้ กลายเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรใหญ่อันดับ 2 โดยในตอนนี้ กาแฟเวียดนามมีจำหน่ายในกว่า 80 ประเทศ และดินแดนทั่วโลก และเวียดนามได้เปรียบในแง่ของปริมาณส่งออกกาแฟ แม้ราคาส่งออกของเวียดนามถูกกว่าเมื่อเทียบกับกาแฟส่งออกจากประเทศอื่น

เวียดนามใกล้จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูเพาะปลูก 2555-2556 ได้ ซึ่งราคากาแฟในเวียดนามได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 38,000 ด่ง ในช่วงเริ่มต้นเพาะปลูก มาเป็น 43,000 ด่งต่อกิโลกรัมในตอนนี้

ข้อมูลของ VICOFA เปิดเผยว่า ในช่วง 3 ปีก่อน ปริมาณส่งออกกาแฟอาราบิก้าของเวียดนามเพิ่มขึ้นสูงมาก จาก 24,000 ตันในปี 2552 เป็น 50,000 ตัน ในปี 2554 ราคาส่งออกก็ปรับเพิ่มขึ้น 2 เท่า จาก 2,313 ดอลลาร์ต่อตัน ในปี 2551 เป็น 4,261 ดอลลาร์ต่อตัน ในปี 2554 นอกจากนั้น ราคาส่งออกเทียบระหว่างโรบัสต้า และอาราบิก้า ยิ่งแตกต่างมาก ในปี 2554 ราคาส่งออกอาราบิก้าอยู่ที่ 4,261 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนโรบัสต้าอยู่ที่ 2,099 ดอลลาร์ต่อตัน (โรบัสต้าราคา กก.ละ 74 บาท แปลว่า ทำรายได้เท่ากับ 3 หมื่นบาทต่อไร่ ขณะที่ชาวไร่อ้อยในภาคอีสานทำรายได้อย่างสูงเท่ากับ 10,000 บาท ต่อไร่ ส่วนยางพาราพันธุ์ RRIT 251 ซึ่งผลผลิตสูงสุดและเป็นพันธุ์เดียวที่สถาบันวิจัยยางโพนพิสัยรับรองส่งเสริมให้ปลูก เท่ากับ 200 กิโลกรัม คูณ 120 บาท ราคาที่พรรคเพื่อไทยประกันแต่ความจริงราคาไม่ถึงร้อยบาท เอาเป็นว่าคิดที่ 120 ไปเลยจะได้เท่ากับ สองหมื่นสี่ ดังนั้นการปลูกกาแฟจึงมีรายได้ดีกว่าปลูกยางพาราถึง 20 % นอกจากนี้การปลูกพืชแซมในสวนกาแฟเช่น สตอ หรือ อาโวคาโด พันธุ์ใหม่ที่ชาวสวนกาแฟในเวียตนามปลูก มีลักษณะเนื้อในแน่นไร้เมล็ดราคาผลละเกือบ 500 บาทต่อลูกยังน่าสนใจอีกเช่นเดียวกัน)

MARD ตั้งเป้าที่จะปลูกาแฟอาราบิก้าบนพื้นที่ 250,000 ไร่ ภายในปี 2563 ราวร้อยละ 8 ของพื้นที่ปลูกกาแฟรวมทั้งหมดของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกกาแฟท้องถิ่นยังคงเผชิญกับความท้าทายทั้งภายในประเทศ และโลก และตามข้อมูลของ VICOFA ระบุว่า ผลผลิตกาแฟที่กำลังจะมีขึ้นนั้น จะลดลงร้อยละ 15 เนื่องจากเกษตรกรกำลังปลูกต้นกาแฟใหม่ ทำให้ในตอนนี้ มีพื้นที่มากกว่า 750,000 ไร่ ไม่มีผลผลิต

เวียดนามกำหนดแผนสำหรับการผลิตกาแฟปี 2563 และวิสัยทัศน์ปี 2573 โดยตั้งเป้าให้มีพื้นที่ปลูกกาแฟทั้งสิ้น 3,125,000 ไร่ ในปี 2563 และปรับปรุงให้สามารถผลิตกาแฟได้ 2.4 ตันต่อไร่ และขยายเพิ่มเป็น 2.5 ตันต่อไร่ ในปี 2573 ส่วนการแปรรูปกาแฟตั้งเป้าให้มีขนาดการผลิตที่ 120,000-130,000 ตันต่อปี และเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้ผลิตกาแฟ และผู้ส่งออกจะต้องมุ่งเน้นที่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ส่งออก และในเวลาเดียวกัน ต้องให้ได้ตามความต้องการสำหรับบริโภคในประเทศด้วย.

ยินดีให้คำปรึกษาในการปลูกกาแฟ และยางพารา เรามีกล้ากาแฟเตรียมไว้หลายแสนต้นพร้อมจำหน่ายให้กับเกษตรกรชาวภาคอีสานแล้ววันนี้ติดต่อสั่งซื้อด่วนคะ พร้อมพันธุ์ยางพารา จากปักษ์ใต้บ้านเรา “รอยยิ้มของท่าน คือความภูมิใจของเรา”มีใบรับรองจากสถาบันวิจัยยาง จำหน่าย กล้ายางพารา RRIT 251 พันธุ์ RRIM 600 เรามีแปลงกล้ายางพาราปลูกเองพร้อมจำหน่าย สั่งจองกล้ายางพารา และยินดีให้คำปรึกษาในการปลูกกาแฟและการทำสวนยาง
โรคยางพารา การปลูกยางพารา รวมทั้งการดูแลรักษามาตรฐานพันธุ์ยางที่กรมวิชาการเกษตรส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก
ขณะนี้แปลงเพาะพันธุ์กล้ายางและกล้ากาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่จังหวัดขอนแก่นเปิดให้บริการกับเกษตรกรแล้ว
ที่ตั้งศูนย์เพาะชำกล้ายางพาราพันธุ์ดีจากปักษ์ใต้ เลขที่ 516 หมู่ 20 ตำบลบ้านค้อ
อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ติดถนนมิตรภาพ
ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นไปทางอุดรธานีประมาณ 15 กิโลเมตร
ขอเชิญเกษตรกรติดต่อชมแปลงได้ที่ศูนย์เพาะพันธุ์กล้ายางพาราจังหวัดขอนแก่นได้ทุกวันหรือสนใจกล้ายางติดต่อสั่งจองได้แล้วที่
โทร 080 615 0778 ติดต่อคุณ ณรินทร์ทิพย์
หรือ เข้าไปชมได้ที่นี่(คลิก ) www.yangpandee.webiz.co.th
ดูรายชื่อ และ บัญชีอันตราย

ราคา : 25 บาท รายละเอียดการติดต่ออยู่ด้านล่าง ↓↓

แก้ไขครั้งล่าสุด 2012-12-03 14:38:56 ( IP ADDRESS : 110.49.241.154 , , )
ลงประกาศเมื่อ 2012-12-03 14:38:56

สนใจติดต่อ

คุณ : คุณณรินทร์ทิพย์
อี-เมล์ : samjan1955@hotmail.com
โทรศัพท์ : 043470505
โทรศัพท์เคลื่อนที่ : 0806150778
อื่น ๆ :
จังหวัด - เขต : ขอนแก่น
ดูประกาศทั้งหมดที่สมาชิกนี้เป็นคนลงประกาศ
ดูร้านค้าของสมาชิกนี้

ประกาศ/โฆษณาล่าสุด ในหมวดนี้

Copyright © 2019 Be2Hand.com All rights reserved.